คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการรังวัดที่ดินที่ได้รับผลกระทบ

จากการก่อสร้างโครงการของกรมชลประทาน

------------------------------------

ข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับการรังวัดที่ดินเพื่อการชลประทาน

1. ความเป็นมา

มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2513 และวันที่ 15 มิถุนายน 2514 ให้กรมที่ดิน

กระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกับส่วนราชการเจ้าของโครงการ ส่งช่างรังวัดของกรมที่ดินไปทำการรังวัดแบ่งแยก

ที่ดินที่ถูกเขตชลประทานตามโครงการก่อสร้างเขื่อน , อ่างเก็บน้ำและคลองส่งน้ำต่าง ๆ ของกรมชลประทาน

เพื่อทำการรังวัดจัดทำแผนที่ ร.ว. 43 ก. ส่งให้กรมชลประทานประกอบการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินแก่ราษฎร

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2532 โดยมีบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมที่ดินกับกรมชลประทาน

พ.ศ. 2542 เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงาน

2. หลักการพิจารณาในการดำเนินการ

การรังวัดที่ดินเพื่อการชลประทาน เป็นการปฏิบัติงานและดำเนินการประสานงานร่วมกันระหว่าง

เจ้าหน้าที่กรมที่ดินกับเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ วัตถุประสงค์ของโครงการ

เพื่อรังวัดที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำ เขื่อน คลองส่งน้ำ ฝาย และคลองระบายน้ำ

ขนาดต่าง ๆ ให้แก่ราษฎรในทุกภูมิภาค ทั่วประเทศในบริเวณพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ เป็นการช่วยให้ราษฎร

ในพื้นที่ทุรกันดารเหล่านั้น มีน้ำใช้และนำไปช่วยในการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิตและยกฐานะความเป็นอยู่

ของราษฎรให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บกักน้ำยังช่วยป้องกันการเกิดอุทกภัยทางธรรมชาติ

ได้อีกทางหนึ่งด้วย

การปฏิบัติงานระหว่างเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินกับเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทาน เริ่มเมื่อเจ้าหน้าที่ของ

กรมชลประทานซึ่งเป็นเจ้าของโครงการได้ทำการสำรวจและกำหนดบริเวณพื้นที่ที่จะสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย

หรือคลองระบายน้ำ ซึ่งเป็นแผนงานสำรวจเบื้องต้นล่วงหน้า แล้วส่งแผนงานมาให้กรมที่ดินเพื่อจัดอัตรากำลัง

ช่างรังวัดส่งออกปฏิบัติงานในพื้นที่ ในแต่ละปีงบประมาณ นอกจากนั้นกรมชลประทานซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของ

โครงการจะต้องโอนเงินงบประมาณมาให้กรมที่ดินเบิกจ่ายแทน

3. วัตถุประสงค์ การรังวัดที่ดินที่ถูกเขตโครงการต่าง ๆ ของกรมชลประทาน มีวัตถุประสงค์ดังนี้

- เพื่อแสดงเขตที่ดินที่ถูกเขตโครงการต่าง ๆ ที่แน่นอน

- เพื่อให้ประชาชนทราบแนวเขตของตนที่ติดต่อกับเขตที่ดินโครงการต่าง ๆ ของทางราชการ

- เพื่อป้องกันการรุกล้ำแนวเขตของโครงการต่าง ๆ ของทางราชการ

- เพื่อให้การจ่ายค่าทดแทนที่ดินถูกต้องตามเนื้อที่ที่เป็นจริง

4. ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินการ

4.1ทำให้ทราบแนวเขตที่ดินที่แน่นอน ช่วยป้องกันการพิพาทระหว่างราษฎรกับทางราชการอันจะเป็น

ผลดีต่อการปกครองและสังคม

4.2ทำให้การจ่ายทดแทนที่ดินได้ถูกต้อง ทำให้ราษฎรได้รับความเป็นธรรมในการรับค่าทดแทน

และเป็นการเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ

4.3ทำให้ที่สาธารณะประโยชน์มีขอบเขตและหลักฐานแน่นอน สะดวกต่อเจ้าหน้าที่ในการ

ดูแลรักษา อันจะเป็นผลดีต่อการปกครองเศรษฐกิจและสังคม

5. วิธีการรังวัด

การรังวัดเพื่อการชลประทาน งานที่จะต้องดำเนินการมีทั้งที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ และที่ดิน

ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งวิธีการรังวัดมีดังนี้

5.1 กรณีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ

หนังสือรับรองการทำประโยชน์แปลงแบ่งแยกของที่ดินแปลงที่ถูกเขตโครงการ

แต่จะขอรับเพียง ร.ว. 9 และ ร.ว. 43 ก. ( รูปแผนที่จำลองกระดาษบางแสดงเขตการแบ่งแยกพร้อมเนื้อที่ )

จำนวน 1 แผ่น

ที่เหลืออยู่น้อยกว่ายี่สิบห้าตารางวา หรือด้านหนึ่งด้านใดน้อยกว่าห้าวาและที่ดินส่วนที่เหลืออยู่นั้น

มิได้ติดต่อเป็นผืนเดียวกันกับที่ดินแปลงอื่นของเจ้าของเดียวกัน หากเจ้าของร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืน

หรือจัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือด้วยก็จะต้องดำเนินการให้ โดยจะต้องแจ้งให้ช่างรังวัดทราบในวันทำการรังวัด

5.2 กรณีที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ

ที่ถูกเขตโครงการนั้น ๆ

แผนที่แล้วและอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิได้

ข้อมูลที่ควรทราบเมื่อที่ดินของท่านถูกเขตชลประทาน

1. เจ้าของที่ดินที่ถูกเขตโครงการของทางราชการมีหน้าที่ดังนี้

1.1.ยื่นคำขอรังวัด

1.2.นำช่างรังวัดทำการรังวัดและชี้เขตที่ดินเฉพาะส่วนที่ถูกเขตโครงการต่าง ๆ ของทางราชการ

ตามเขตการครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดิน

1.3.ลงนามในเรื่องรังวัดและบันทึกถ้อยคำต่าง ๆ ของช่างรังวัด

1.4.ระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับรองเขตที่ดินในฐานะเจ้าของที่ดินและเจ้าของที่ดินข้างเคียง

1.5.จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนขายให้กระทรวงการคลัง ( ใช้ประโยชน์ในราชการ

กรมชลประทาน )

1.6.รับเงินค่าทดแทนที่ดินจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ

2. การยื่นคำขอ

สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ให้ยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดและสาขา ซึ่ง

ที่ดินนั้นตั้งอยู่ ส่วนที่มีหลักฐานอย่างอื่น เช่น สค. 1, นส. 3 ให้ยื่นคำขอต่อปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำ

กิ่งอำเภอหรือนายอำเภอ ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่

3. การขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ( น.ส. 3 , น.ส. 3ก หรือ น.ส. 3 ข )

3.1 ที่ดินที่จะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้ มีดังนี้

ที่ชายตลิ่ง ฯลฯ

เพื่อทรัพยากรธรรมชาติ

3.2 หลักฐานที่จะต้องนำไปแสดงประกอบการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ มีดังนี้

และไม่อยู่ในท้องที่ประกาศ เป็นเขตเดินสำรวจออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ( นส. 3 )

4. การแบ่งแยก สอบเขตหรือตรวจสอบเนื้อที่ดิน กรณีที่ดินมีเอกสารสิทธิ

หลักฐานที่จะต้องนำไปในวันยื่นคำขอ มีดังนี้

4.1โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ถ้ามีหนังสือร่วมกันหลายคนต้องไปทุกคน

หรืออาจจะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้ใดไปทำการแทนก็ได้

4.2 บัตรประจำตัว , ทะเบียนบ้าน

4.3ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ให้นำหลักฐานไปแสดงด้วย

4.4ถ้าแบ่งกรรมสิทธิ์รวม ต้องมีหนังสือแสดงความยินยอมของคู่สมรสไปแสดงด้วย

4.5ถ้าเป็นนิติบุคคลให้นำหลักฐานการเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคลและตราสาร

หนังสือบริคณห์สนธิไปด้วย

4.6ถ้าเป็นการแบ่งแยกที่ดินในระหว่างภาระผูกพัน เช่น จำนองหรือภาระจำยอม

หรือสิทธิเก็บกินให้มีหนังสือแสดงความยินยอมของผู้ทรงสิทธิ

4.7กรณีมอบอำนาจต้องทำหนังสือมอบอำนาจ และนำบัตรประจำตัวผู้มอบและ

ผู้รับมอบอำนาจไปด้วย

5. การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หลักฐานที่จะต้องนำไปประกอบการดำเนินการ มีดังนี้

5.1 บุคคลธรรมดา

หลักฐานการหย่า

ผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจไปด้วย

แบบพิมพ์หนังสือมอบอำนาจให้ใช้แบบของกรมที่ดิน

5.2 นิติบุคคล

ผู้มีอำนาจลงนาม

จัดตั้งนิติบุคคลนั้น ๆ

6. ขั้นตอนและระยะเวลาที่จะได้รับเงินค่าทดแทน

6.1เจ้าหน้าที่ผู้ทำการรังวัดส่งเรื่องรังวัด ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วให้สำนักงานที่ดิน

จังหวัดหรือสาขา หรือสำนักงานที่ดินอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ ที่เกี่ยวข้องรับไว้ดำเนินการโดยทยอยส่งทุก ๆ 30 วัน

หรืออย่างช้าไม่เกิน 45 วัน นับจากวันรังวัดเสร็จตามระเบียบกรมที่ดิน

6.2เรื่องใดพร้อมที่จะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมได้ ให้ส่งสำนักงานที่ดินจังหวัด สาขา

หรือสำนักงานที่ดินอำเภอหรือกิ่งอำเภอ แจ้งผู้แทนกรมชลประทานหรือหน่วยงานอื่น เพื่อดำเนินการเรื่อง

จ่ายเงินและจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

6.3ผู้แทนของส่วนราชการเจ้าของโครงการ เมื่อได้รับการติดต่อจากสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้อง

ต้องจัดพิมพ์ประกาศ (กรณีต้องประกาศ) และพิมพ์สัญญา โดยจัดพิมพ์ให้เสร็จโดยเร็ว แต่อย่างช้าไม่เกิน

1 เดือนนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และรีบดำเนินการจ่ายค่าทดแทนที่ดินให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

6.4ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ จะต้องทำหนังสือแจ้งรายชื่อเจ้าของที่ดิน พร้อมเนื้อที่

ของที่ดินที่ถูกเขตโครงการ โดยกำหนดวันจ่ายเงินให้สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสาขา หรือสำนักงานที่ดิน

อำเภอหรือกิ่งอำเภอ ที่เกี่ยวข้องได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้มีเวลาเตรียมเรื่องที่จะจดทะเบียน

สิทธิและนิติกรรมให้พร้อมและผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ จะต้องมีหนังสือนัดเจ้าของที่ดินไปทำการ

จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และรับเงินค่าทดแทนที่ดินต่อไป

7. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

เจ้าของที่ดินที่ถูกเขตโครงการต่าง ๆ ของทางราชการไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

กรมชลประทานซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

8. หน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่าย

ช่างรังวัด กรมทีดิน มีหน้าที่รังวัดทำแผนที่ พิสูจน์สอบสวนสิทธิ์ คำนวณเนื้อที่ และจัดทำแผนที่

ร.ว. 43 ก. ( แผนที่และบัญชีรายชื่อเจ้าของที่ดิน) และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของหัวหน้าหน่วยรังวัด

แล้วส่งให้กรมชลประทานเพื่อประกอบการพิจารณาจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินแก่ราษฎรผู้มีสิทธิ์ในที่ดิน

เจ้าหน้าที่จัดหาที่ดิน กรมชลประทาน มีหน้าที่ติดตามและนำราษฎรเจ้าของที่ดินมายื่นคำขอ

ณ สำนักงานที่ดินซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ และมีหน้าที่ออกไปร่วมกันกับช่างรังวัด กรมที่ดิน เพื่อพิสูจน์สอบสวนสิทธิ์

ทุกครั้งที่ทำการรังวัด และเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินแก่ราษฎร เมื่อเจ้าหน้าที่จัดหาที่ดิน

กองกฏหมายและที่ดิน กรมชลประทาน รับแผนที่ ร.ว. 43 ก. จากกรมที่ดินแล้ว จะจัดประชุมคณะกรรมการ

เพื่อกำหนดราคาค่าทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ในท้องที่นั้น ๆ เป็นกรรมการ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่

11 กรกฎาคม 2532 โดยอาศัยแผนที่ ร.ว. 43 ก. ประกอบการพิจารณาเมื่อมีความเห็นร่วมกัน

เป็นที่ยุติ เจ้าหน้าที่จัดหาที่ดิน กรมชลประทานจะจัดพิมพ์รายชื่อราษฎรผู้มีสิทธิ์รับเงินค่าทดแทนปิดประกาศ

ให้ทราบทั่วกันมีกำหนด 1 เดือน เมื่อครบกำหนดไม่มีผู้คัดค้านจะดำเนินการขออนุมัติเงินงบประมาณเพื่อ

จ่ายเงินแก่ราษฎร ผู้มีสิทธิในที่ดินนั้น ๆ ต่อไป

บทสรุป

ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร เนื่องจากการได้รับเงินค่าทดแทนล่าช้าเป็นสาเหตุแห่ง

การร้องเรียน ซึ่งกรมที่ดินได้ประสบบ่อย ๆ ขอเรียนว่าการจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเขตชลประทานนั้น

เป็นหน้าที่ของกรมชลประทาน กรมที่ดินมีหน้าที่เพียงรังวัดทำแผนที่ ร.ว. 43 ก. ส่งให้กรมชลประทาน

เพื่อประกอบการพิจารณาจ่ายเงินค่าทดแทนท่านั้น

ในกรณีที่ดินของท่านถูกเขตโครงการของทางราชการ ของความร่วมมือจากพี่น้องเจ้าของที่ดิน

ที่ถูกเขตโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ของทางราชการ ได้โปรดเสียสละให้ความร่วมมือ อำนวยความสะดวก

แก่เจ้าหน้าที่ของทางราชการ ในการดำเนินการต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเอง ต่อส่วนรวม

และประเทศชาติสืบไป

---------------------------------------------------